คิดสักนิด ตั้งสติหน่อย ค่อย “SOCIAL”

social_06

          “ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ความเจริญก้าวหน้ากับการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดในด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีการสื่อสาร ได้เปลี่ยนวิถีทางในการดำเนินชีวิต การดำเนินธุรกิจ และการติดต่อสื่อสารของคนในสังคมไปอย่างมาก เพราะความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ทำให้มีอิทธิพลต่อความคิดของคนด้วย ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่ส่งผลให้พฤติกรรมทางความคิดและความเข้าใจของคนนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมสังคมออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา”

          ในปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สื่ออินเทอร์เน็ตกลายเป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่ใหญ่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร ความบันเทิง ด้านการติดต่อทางการค้าหรือการค้นหาข้อมูลข่าวสาร จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการสื่อสารจากรูปแบบการสื่อสารแบบดั้งเดิม มาสู่การใช่เทคโนโลยีการสื่อสารในยุคดิจิทัล ที่ก่อให้เกิดลักษณะของการสื่อสารที่ไร้พรมแดน เพราะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ไม่มีที่สิ้นสุด

          เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ได้กลายเป็นช่องทางในการเชื่อมต่อสื่อสารกันในโลกของอินเทอร์เน็ต โดยจะมุ่งเน้นไปในด้านของการสร้างสังคมออนไลน์ซึ่งทำให้ผู้คนนั้นสามารถที่จะแลกเปลี่ยน แบ่งปันข้อมูลข่าวสาร แลกเปลี่ยนทัศนคติในเรื่องของความสนใจเรื่องเดียวกัน ซึ่งเป็นช่องทางในการสื่อสารผ่านสื่อใหม่ที่เป็นที่นิยามมากจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์เราไปแล้ว สื่อโซเชียลมีเดียหรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น เฟสบุ๊ค ไลน์ ทวิตเตอร์ ยูทูป และอินสตาแกรม เป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่มีความนิยมใช้กันมากที่สุดเนื่องจากเว็บเครือข่ายสังคมออนไลน์ประเภทชุมชนออนไลน์ ที่ช่วยในการสร้างเครือข่ายของการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนๆ สามารถข้อความ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันได้ในขณะเดียวกันนั้น สังคมไทยเราได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการที่เครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้ได้เข้ามามีบทบาทหน้าที่ในการดำรงชีวิตของคนในสังคมมากขึ้น ซึ่งก็เปรียบเสมือนดาบสองคมที่มีทั้งผลดีและผลเสียต่อผู้ที่ใช้ตามมา ทั้งนี้ก็มีผลอันเนื่องมาจาก การที่ผู้ใช้ที่มากจนเกินไป ไม่มีขอบเขตหรือข้อจำกัดในการใช้งานหรือมีการเปิดเผยข้อมูลที่ปราศจากการกลั่นกรองซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวบุคคลได้ และคนส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสำคัญและควรตระหนักถึงความระมัดระวังในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ว่าควรใช้กันอย่างไรถึงจะปลอดภัย รู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่ใช้แล้วเกิดโทษ จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่เทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาอย่างก้าวล้ำ สื่อสังคมออนไลน์กลับส่งผลไปในด้านลบต่อชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์ของคนในสังคมอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น จนกลายเป็นประเด็นทางสังคม ที่ทั้งสื่อ กฎหมายและประชาชนเองจะต้องให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยเฉพาะกับกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้เวลาไปกับสื่อออนไลน์วันละ หลายชั่วโมง จนอาจนำไปสู่ความขัดแย้ง ทะเลาะวิวาท จนถึงขั้นทำร้ายร่างกายตามมา

          อย่างไรก็ตามการสื่อสารบนโลกออนไลน์ซึ่งมีผู้คนสามารถรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของภาพข้อมูลข่าวสารต่างๆ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพราะให้ความรวดเร็วในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นทำให้มีทั้งคุณและโทษตามมาเพราะยิ่งผู้คนนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์มากเท่าใด ก็ย่อมเป็นช่องทางหรือเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีแฝงตัวเข้าไปในการแสวงหาผลประโยชน์ หรือการกระทำการผิดกฎหมายมากขึ้นแต่เราก็ต้องยอมรับว่ายากที่จะเข้าไปกำกับควบคุม แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้ในการป้องกันภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ได้นั้นก็คือการรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์โดยต้องเข้าใจสภาพของสื่อออนไลน์ว่าเป็นสังคมที่มีทั้งพื้นที่ส่วนตัวและ พื้นที่สาธารณะ เรียนรู้การสื่อสารและการมีปฏิสัมพันธ์บนโลกออนไลน์กับชีวิตจริงว่า ความรอบคอบและมีสติทุกครั้งในการสื่อสารและแสดงความคิดเห็นต่างๆ บนโลกออนไลน์ คือวิธีป้องกันได้อย่างดีสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *