ดาบสองคมจากเทคโนโลยีการสื่อสารกับผู้สูงอายุ

ปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้นหลายระดับ และแน่นอนว่าการติดต่อสื่อสารของมนุษย์เราก็ย่อมพัฒนาขึ้นตาม จากอดีตที่เราสื่อสารกันด้วยท่าทาง การพูด การเขียน หรือการวาดรูป จนกระทั่งในยุคปัจจุบัน ยุคโลกาภิวัตน์ที่เทคโนโลยีช่วยลดทอนระยะทางและระยะเวลา อินเทอร์เน็ตทำให้เราสามารถติดต่อผ่านกันได้อย่างรวดเร็ว แม้จะอยู่ห่างไกลกันคนละฝั่งโลก ส่งผลให้ผู้คนสามารถทำความรู้จักและเข้าถึงกันมากขึ้นได้อย่างง่ายดาย การศึกษาหาความรู้ หรือธุรกิจเองก็เช่นกัน

แน่นอนว่าผู้ที่เข้ามาใช้บริการส่วนมากจะอยู่ในวัยเรียนถึงวัยทำงาน แต่นั่นก็ไม่ใช่อีกแล้วในปัจจุบัน มีผู้สูงอายุจำนวนมากเริ่มที่จะศึกษาการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับลูกหลาน เพื่อน หรือคนอื่นๆ ได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเกิดจากพวกเขาต้องการเรียนรู้เองหรือมีลูกหลานมาสอนก็ตาม ซึ่งอายุก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถใช้เทคโนโลยีได้ ด้วยความที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล และถูกทำขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้คนที่ใช้งาน อุปกรณ์เทคโนโลยีส่วนใหญ่จึงไม่ได้มีขั้นตอนซับซ้อนมากนัก ออกจะค่อนข้างเข้าใจง่าย เรียนรู้นิดหน่อย ก็สามารถใช้งานขั้นพื้นฐานได้แล้ว และนั่นก็ทำให้คนเกือบทุกช่วงวัยสามารถเป็นเพื่อนกับเทคโนโลยีได้

เทคโนโลยีอันดับต้นๆ ที่ผู้สูงอายุมักจะใช้กัน แน่นอนว่าไม่พ้นสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ไลน์ ฯลฯ สื่อสังคมออนไลน์ช่วยให้พวกเขาสามารถติดต่อกับผู้คนได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกหลาน ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนที่อาจจะอยู่ห่างไกลกัน ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นข้อดี การได้ติดต่อสื่อสารกับผู้คนจะทำให้พวกเขาไม่รู้จักเหงา และมีความสุขได้มากกว่าเดิม

แต่ในทางกลับกัน สื่อสังคมออนไลน์ก็เป็นเหมือนกับดาบสองคม ไม่เพียงแต่กับเหล่าวัยรุ่นวัยทำงานที่ใช้งานทั่วไปเท่านั้น แต่กับผู้สูงอายุที่อาจจะเหมือนคนแปลกหน้ากับสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดเป็นช่องโหว่ที่เหล่ามิจฉาชีพเล็งเห็น และไม่พลาดที่จะเข้ามากอบโกยจุดบกพร่องตรงนี้

เราเห็นกันได้บ่อย โดยเฉพาะจากข่าวในสื่อหนังสือพิมพ์ หรือสื่อโทรทัศน์ ที่บางครั้งเราจะได้เห็นข่าวผู้สูงอายุถูกหลอกลวงจากการเล่นสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การถูกหลอกโอนเงินช่วยเหลือ ที่อาจจะเกิดจากการแฮกเข้าไปในบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของคนรู้จัก และจะได้ผลอย่างยิ่งหากเป็นลูกหลานของพวกเขา แล้วติดต่อมาว่าต้องการใช้เงินด่วน ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา และขอร้องให้ญาติผู้ใหญ่ของเขาโอนเงินมาหน่อย

ผู้สูงอายุหลายๆ คนก็อาจจะไม่รู้จักการแฮกข้อมูล พวกเขาไม่รู้หรอกว่าคนที่คุยกับพวกเขาผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์นั้น อาจจะไม่ใช่คนที่พวกเขารู้จักจริงๆ ก็เป็นได้ ทำให้เขาพลาดและอาจจะเสียเงินก้อนใหญ่ให้กับเหล่ามิจฉาชีพได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ได้เอะใจใดๆ เลย

วิธีของเหล่ามิจฉาชีพไม่ได้มีเพียงวิธีนี้วิธีเดียว ยังมีอีกหลายรูปแบบที่ต้องพึงระวัง อีกอย่างที่เราเห็นกันอย่างแพร่หลายก็คือ เรื่องของข่าวลือ หลายคนคงเคยได้รับการติดต่อจากผู้สูงอายุที่เคารพนับถือ บ้างก็ว่าเป็นเทคนิคให้ร่างกายแข็งแรง บ้างก็ว่าเป็นวิธีคิดที่ทำให้รวย หรือในรูปแบบของรูปภาพ อย่างเช่น สวัสดีวันจันทร์ สวัสดีวันอาทิตย์ ขอให้โชคดีมีสุข และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าเป็นเพียงแค่การทักทายก็คงไม่น่าเป็นห่วงอะไร แต่อย่างพวกเทคนิคสารพัดอย่างที่ช่วยพัฒนานู่นนั่นนี่ เราควรเริ่มที่จะเป็นกังวล เพราะหากพวกเขาได้รับข้อมูลผิดๆ มา แล้วทำตามข้อมูลนั้นจนบาดเจ็บ เกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์อื่นๆ เกิดขึ้น คงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน

ยิ่งในกรณีข่าวลือ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผู้สูงอายุนี่แหละ ที่เป็นช่องทางการเผยแพร่ข่าวลือที่ดีที่สุด เนื่องจากหากมีคนหนึ่งเชื่อ เขาก็จะส่งต่อไปให้ผู้อื่น ด้วยคิดว่าข่าวนี้จะช่วยเตือนให้คนอื่นระวังได้ หรือเพียงแค่อยากให้เขารู้ข้อมูลข่าวนี้ เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ตัวอย่างกรณีที่ข่าวแพร่ไปแล้วจะเกิดความวุ่นวายก็คือ ข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องโรคร้ายและโรคระบาดต่างๆ ในจังหวัดนี้พบว่ามีคนติดเชื้ออีโบลาแล้วกี่คน ก็ว่ากันไป มีโรคนี้เกิดขึ้นแล้ว ให้กระทำตามสิ่งที่แนะนำเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ การเผยแพร่ข่าวลือในเชิงนี้ถือว่าเป็นความหวังดีก็จริง แต่หากมันไม่ใช่เรื่องจริง เมื่อถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว มันก็สามารถก่อความวุ่นวายในหมู่คนที่ได้รับข่าวสารผิดๆ ไปได้เช่นกัน การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นรวดเร็วยิ่งกว่าสิ่งใด หย่อนข่าวลงสื่อออนไลน์เพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็สามารถส่งถึงผู้คนได้ทั่วโลกแล้ว

การเล่นการพนันออนไลน์ การโกงจากการซื้อของออนไลน์ และอื่นๆ ยังมีวิธีอีกมากมายที่ต้องระวัง หรือการเสพติดเทคโนโลยีจนลืมบุคคลรอบข้าง ครอบครัว ทำให้ความสัมพันธ์เสื่อมถอยลง รวบไปถึงการรับข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ โดยอาจรับข้อมูลมาโดยไม่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน ทั้งนี้อาจเพราะยังไม่เท่าทันข่าวที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างรวดเร็วของสื่อออนไลน์นั่นเอง

โดยผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในฐานะลูกหลานของผู้สูงอายุก็ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว หรืออย่าง กันต์ฤทัย ศรีโนนเฮียง นักศึกษาจากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บอกว่า ครอบครัวของเธอก็มีผู้สูงอายุที่เล่นสื่อสังคมออนไลน์ นั่นคือ ตาและยายของเธอ โดยเธอได้เล่าว่า ในช่วงแรกๆ เธอจะคอยแนะนำและคอยช่วยบอกว่าต้องทำอย่างไรบ้างทั้งเรื่องพื้นฐานการเล่นโทรศัพท์ทั่วไปและเรื่องการรับข่าวสารต่างๆ ว่าอันไหนเชื่อถือได้หรืออันไหนไม่ค่อยน่าเชื่อถือ “เรื่องที่ห่วงก็คือการรับข่าวสารทั้งหลาย ทั้งในเฟซบุ๊ก หรือว่าในไลน์กลุ่มเฉพาะของตาและยาย เพราะจะมีข่าวหลายข่าวที่ให้ข้อมูลมาแบบผิดๆ หรือบางข่าวที่เรารู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ข่าวจริง แต่พวกเขายังไม่เคยรู้ก็จะต้องคอยบอกพวกเขาว่า ข่าวนี้มันไม่ใช่นะ มันไม่ใช่อย่างไรบ้าง ก็จะอธิบายให้พวกเขาทราบ”

นายศุภชีพ โสภณวิวัฒน์กุล นักศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บอกว่า แม่ของเขาเล่นสื่อสังคมออนไลน์พวกเฟซบุ๊คและไลน์ โดยเขาได้ไม่เป็นห่วงมากนักว่าแม่ของเขาจะโดนหลอกจากสื่อออนไลน์ เพราะคิดว่าแม่สามารถพิจารณาได้ว่าสิ่งใดคือความจริงที่ควรจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เพียงแต่เป็นห่วงเรื่องการเปิดรับสื่อจากลิงก์ต่างๆ ที่ผู้คนส่งมาให้ทั้งหมดที่อาจทำให้รับไวรัสมาเสียมากกว่า

ทั้งนี้เทคโนโลยีมีนั้นสามารถสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้สูงอายุ และเป็นเสมือนเพื่อนให้กับผู้สูงอายุได้ แต่ก็ต้องอยู่บนความพอดี โดยในลูกหลานก็ต้องให้ความดูแลอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อผู้ที่ไม่ประสงค์ดีผ่านทางเทคโนโลยีได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *