ทักแชททำงานสู่กระบวนการแชร์ลูกโซ่

 

จากกรณีการทักแชทเชิญชวนบนสื่ออนไลน์อาทิเฟซบุ๊กเพื่อเชิญชวนให้ร่วมหารายได้เสริมจนก่อให้เกิดความรำคาญกับผู้ใช้โซเชียลมีเดียบนเฟซบุ๊ค ทำให้ผู้สื่อข่าวจันทรเกษมโพสต์ค้นหาอดีตนักโพสต์ขายของออนไลน์จนพบ นางสาวเอ (นามสมมุติ)

นางสาวเอ(นามสมมุติ)เปิดเผยกับจันทรเกษมโพสต์ว่าตนเคยทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งที่เปิดการให้บริการขายสินค้าออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต แต่เนื่องด้วยตนมีงานประจำที่จะต้องรับผิดชอบแล้ว ทางบริษัทยังบังคับให้ตนเข้าบริษัทเพื่อพบปะกับหัวหน้าทีมขายสินค้า อาทิตย์ละ 2-3วัน ซึ่งกว่าการพูดคุยจะแล้วเสร็จก็ยาวไปถึงเวลา 22.00 น. จึงทำให้ตนไม่มีเวลาพักผ่อน และเมื่อตนไม่มีเวลาเข้ามาจึงทำให้ไม่ค่อยมีลูกค้า

“ถามว่ากลัวโดนหลอกไมตอบว่าไม่นะไม่มีใครมาหลอกเราได้หรอกเรามาดูให้เห็นกับตาว่างานเค้าทำแบบไหนทำยังไงดีกว่ามานั่งคิดว่าเค้าจะหลอกเราไม ทำแล้วได้เงินเยอะขนาดนี้จริงหรอ เรามาพิสูจน์ด้วยตัวเราเอง ตัดสินใจด้วยตัวเองว่าเราจะทำหรือไม่ทำ ส่วนตัวมองว่าเราต้องคิดตามเขาหาเหตุและผลของมันให้ได้ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเราเป็นคนตัดสินใจไม่มีใครบังคับเราได้หรอกค่ะ” นางสาวเอกล่าว

นางสาวเอ เปิดเผยอีกว่าที่ตนพาลูกมาในวันนี้อยากให้เขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเองเพราะส่วนตัวเขาจะใช้เวลาว่างหมดไปกับการเล่นเกมส์อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งลูกอยากจะเอาเวลาว่างตรงนั้นมาเปลี่ยนเป็นการรายได้เล็กๆน้อยๆก็น่าจะดีกว่า ทั้งนี้ตนไม่ได้บังคับลูก แต่อยากจะให้ลูกได้เรียนรู้และตัดสินใจด้วยตนเองอีกอย่างบริษัทนี้จากที่ตนเองได้ศึกษามานั้นจะเน้นการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตมากกว่าการพบประลูกค้าหรือลูกทีมซึ่งคาดว่าลูกจะสามารถหากตัวเขาสนใจ

อาจารย์สงระวี กระจ่างศาสตร์อาจายร์ประจำวิชาการสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เปิดเผยว่าเฟซบุ๊คเป็นสื่อที่ใช้ฟรีจึงควบคุมไม่ได้เพราะไม่ได้เสียเงินทุกคนเลยเข้าถึงสื่อนี้ง่ายและใช้เป็นช่องทางในการทำธุรกิจแต่การทำธุรกิจประเภทนี้ไม่มีอะไรมาบัญญัติว่าผิดกฎหหมายจะมีก็แต่การละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเป็นการเสียมารยาท มันจึงอยู่ที่วิจารณญาณของผู้ใช้

“การทำงานผ่านเฟซบุ๊คจริงๆแล้วไม่ผิดไม่ได้มีข้อห้ามกระทำสิ่งนี้ ถ้าคุณเลือกที่จะเข้ามาอยู่ในโซเชียลมีเดียแล้วคำว่าเป็นมารยาทก็คงไม่มี แต่ก็เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมันจึงอยู่ที่วิจารณญาณของผู้ใช้ บางกรณีก็มีการตอบโต้กันในเฟซบุ๊คจนเกิดเป็นปัญหา ถ้ารับไม่ได้ก็บล็อคไปซึ่งตัวอาจารย์ก็ใช้วิธีนี้เพราะอาจารย์มองว่านี้คือขยะโซเชียล”อาจารย์แสงระวี

อาจารย์แสงระวีเปิดเผยต่อว่าส่วนตัวอาจารย์ไม่ได้ต้องการที่ใช้สื่อพวกนี้แต่ทางมหาลัยมีนโยบายให้ใช้เพื่อให้อาจารย์มีช่องทางในการสื่อระหว่างนักศึกษากับอาจารย์ ด้วยตัวอาจารย์เป็นอาจารย์กลุ่มคนที่ทำอาชีพนี้จึงมองอาจารย์เป็นเครือข่ายเพื่อกระจายการสื่อสารไปในมุมกว้างเพราะฉะนั้นเวลาจะเพิ่มเพื่อนควรตรวจดูโปรไฟล์ให้ดี

ด้านนายปิยะณัฐ เลิศศรี นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ชั้นปี 1ได้เปิดเผยกับจันทรเกษมโพสต์ว่าก่อนที่ตนจะได้เข้าทำงานที่บริษัทนี้ มีรุ่นพี่ มาทักในเฟซบุ๊กช่วงประมาณเที่ยงคืนถึงตีสองโดยพี่คนดังกล่าวจะทักมาเพื่อแนะนำงานกับตนและพูดคุยกับตนเหมือนสนิทกัน และในช่วงนั้นว่าง และอยากมีงานทำให้เหมาะสมกับการเรียนทางรุ่นพี่คนดังกล่าว จึงชักชวนตนไปศึกษางานดูก่อน ลองดูงานซึ่งตนก็ตอบตกลงที่จะไปฟังอบรมซึ่งเสียค่าเข้าอบรม300บาท เมื่อไปถึงที่โรงแรมชื่อโรงแรมตะวันนาเวลาประมาณ 8.30 น.ตนก็ได้เข้าไปฟังการอบรมและวิธีการทำงานกระบานการต่างๆตนก็รู้สึกชอบเพราะชอบทางนี้อยู่แล้วอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเองซึ่งในการอบรมจะมี2 ครั้ง ครั้งแรกแค่รู้ข้อมูลบริษัท ผลิตภัณฑ์และการได้รายได้ส่วนในวันที่ 2 ทางบริษัทจะให้ข้อมูลเรื่องการเริ่มต้นทำงานซึ่งไม่ได้บังคับว่าจะทำหรือไม่ทำขึ้นอยู่กับเรา

“ส่วนตัวแล้ว ไฝ่ฝันอยากรวยอยู่แล้วตั้งแต่แรก ที่บริษัทนี้ทำให้เราสนใจคือวันที่สองที่เราได้คุยกับเจ้าของบริษัทเลยตัวต่อตัว เขาถามทุกข้อมูลและให้แนวคิดเราตั้งแต่วันแรก มันคือสิ่งที่เราต้องการอยู่แล้วการจะรวยหรือเป็นคนรวยต้องทำยังไงเลยเป็นจุดเริ่มให้เราเริ่มทำ สำหรับคนที่ทำให้ใหม่ เพราะเขาจะสอนวิธีทุกยังการให้ข้อมูลการเคารพลูกค้า การหาลูกค้า” นายปิยะณัฐกล่าว

นายปิยะณัฐกล่าวต่ออีกว่าเรื่องการหาลูกที่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นในการต่อยอดของเราเพื่อให้เกิดการก้าวกระโดด เหมือนเราเปิดเซเว่น 1 สาขา แล้วขยายสาขาให้คนอื่นดูแล และสอนเขาทำ อันนี้จะได้รายได้มากที่สุดปันจุบัน ซึ่งตนทำมาก็ประมาณ 2 ปี ได้แล้ว รายหลักในช่วงแรกๆจะขึ้นอยู่กับการขายของในส่วนของการหาลูกทีมก็เป็นสิ่งจำเป็นของเราเพราะจะเป็นการต่อยอดของเราซึ่งในปัจจุบันตนก็ได้รายได้หลักจากลูกทีมตกอาทิตย์ละ2000-4000บาท

สมาชิกเว็บไซต์พันทิปได้ตั้งกระทู้ชื่อ”แฉหมดเปลือก…ไอ้ธุรกิจหารายได้พิเศษทำงานผ่านเน็ตไม่จำกัดวุฒิ-มันคืออะไรกันแน่?”ลงในเว็บไซต์พันทิปดอทคอมอธิบายให้รู้ว่างานที่ว่าคือทำอะไรกันแน่พร้อมกับเตือนภัยคนที่คิดจะไปทำงานตามโฆษณาดังกล่าว

“ก่อนหน้านี้มีเพื่อนชวนไปทำงานที่โฆษณาว่ารับงานโปรโมทเว็บไซต์ ทำหน้าที่ส่งเมล รายได้ 10,000-50,000 บาทต่อเดือน อายุ 17 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดวุฒิ โดยทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตและ คอมพิวเตอร์พื้นฐานได้ จึงสงสัยว่าแค่เล่นอินเทอร์เน็ตก็ได้เงินขนาดนี้จริงหรือเจ้าของกระทู้จึงเดินทางไปที่ตึกออลซีซั่นส์ตามที่ระบุไว้เมื่อไปถึงก็ได้รับคำตอบว่าให้ทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตส่งอีเมลหาลูกค้าจากนั้นก็นัดให้ไปพบอีกครั้งที่โรงแรมในวันรุ่งขึ้น”สมาชิกเว็บไซต์พันทิปกล่าว

สมาชิกเว็บไซต์พันทิปเปิดเผยต่อว่า ธุรกิจนี้คือธุรกิจขายตรง โดยต้องเสียเงินทุนเพื่อเป็นซูเปอร์ไวเซอร์ 38,600 บาทรวมค่าไปอบบรมและค่านำผลิตภัณฑ์ไปขายต่อสร้างความสงสัยให้เจ้าของกระทู้ งานนี้เกี่ยวกับการใช้อีเมลอย่างไรและเหมือนเป็นการหลอกลวงให้คนไปฟังมากกว่า ในหนึ่งสัปดาห์มีคนถูกชวนไปร่วมงานกว่า 500 คน เสียค่าเข้าฟังคนละ 600 บาท ดูแล้วไม่ยุติธรมมกับคนที่ไม่รู้เรื่องเลย จึงฝากช่วยแชร์และเตือนคนที่กำลังคิดจะไปทำงานตามโฆษณาแบบนี้ เพื่อไม่ให้ถูกหลอก

นางสาว พิชามญชุ์  ใช้ฮวดเจริญ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *